Friday, November 30, 2018

แพ็คเกจบุญหนุนนำ อุปกรณ์พิธีสงฆ์ อาหารพระ อาหารแขก

 
 แพ็คเกจบุญหนุนนำ เพิ่มบุญ เริ่มบุญ

จัดงานพิธีบุญพิธีสงฆ์ พร้อมจัดภัตตาหารพระสงฆ์ แบบโตก จัดอาหารบุฟเฟ่ต์สำหรับแขกที่มาร่วมงาน
 
 1. จัดอุปกรณ์พิธีสงฆ์ครบชุด (พระเพล 9 รูป)

 2. ดอกไม้ธูปเทียนถวายพระสงฆ์กลับวัด 9 ชุด

 3. เครื่องไทยธรรมถวายพระสงฆ์กลับวัด 9 ชุด

 4. มัคนายก (คนนำสวด) 

 5. ทีมงานออแกไนซ์ดูแลพิธีสงฆ์ จัดเก็บจัดเตรียมอุปกรณ์พิธีสงฆ์                                                                                                                           

 6. สำรับโตก พร้อมภาชนะจัดอาหารพระพุทธ ข้าวสวย กับข้าว ขนมหวาน ผลไม้ น้ำ 1 ชุดเล็ก  

 7. สำรับอาหารเจ้าที่ชุดเล็ก ข้าวสวย กับข้าว ขนมหวาน ผลไม้ 1 ชุด

 8. ชุดโตกหวาย ผ้าคลุมสีทอง ภาชนะเซรามิค อย่างดี จำนวน 9 ชุด

 9. ภัตตาหารพระเพล ข้าวสวย กับข้าว ขนมหวาน ผลไม้ น้ำ จำนวน 9 ชุด

10. ทีมงานเจ้าหน้าที่จัดเก็บจัดเตรียมอุปกรณ์ภาชนะ และจัดภัตตาหารพระสงฆ์

11. อาหารบุฟเฟ่ต์ สำหรับแขกที่มาร่วมงาน (อาหารคาว กับข้าวให้เลือก 8 รายการ)

12. ทีมงานเจ้าหน้าที่จัดเตรียม จัดไลน์อาหารบุฟเฟ่ต์

13. บูทน้ำดื่ม น้ำแข็ง แก้วน้ำ สำหรับแขกที่มาร่วมงาน

14. ทีมงานเจ้าหน้าที่ จัดเตรียมบูทน้ำดื่ม

15. โต๊ะวางอาหาร โต๊ะวางน้ำดื่ม พร้อมผ้าคลุมเรียบร้อย
 

รายละเอียดดังนี้

1. จัดอุปกรณ์สำหรับพิธีสงฆ์ครบชุด
    - อาสนะ จำนวน 9 อัน
    - เบาะรองนั่ง จำนวน 9 อัน
    - ตาลปัตร จำนวน 9 อัน
    - โต๊ะหมู่บูชา ครบชุด  หมู่ 7
    - พระพุทธรูป    
    - ดอกไม้สด 2 พาน หรือ ดอกบัวดินปั้น 2 แจกัน
    - แจกันสำหรับใส่ดอกไม้โต๊ะหมู่ 2 อัน เครื่องเบญจรงค์
    - กระถางธูป + จานรอง 1 ชุด เครื่องเบญจรงค์
    - เชิงเทียน วางโต๊ะหมู่บูชา 2 อัน เครื่องเบญจรงค์
    - โถน้ำมนต์  1 ใบ  เครื่องเบญจรงค์
    - ที่หนีบเทียนทำน้ำมนต์ ทองเหลือง 1 อัน
    - ด้ามเทียนฉนวนทองเหลือง 1 อัน
    - ที่พรมน้ำมนต์ 1 อัน
    - ที่กรวดน้ำ เครื่องเบญจรงค์ จำนวน 2-3 ชุด
    - พานเซรามิก 2 ใบ สำหรับวางสายสิญจน์
    - พานเซรามิก 1 ใบ วางตลับแป้งเจิม และแผ่นทองคำเปลว
    - ตลับแป้งเจิม 1 อัน  พร้อมแป้งเจิม
    - ตลับแผ่นทองคำเปลว 1 อัน พร้อมแผ่นทองคำเปลว
    - ผ้าสีทอง  จำนวน 12 ผืน สำหรับวางรอง เครื่องใช้สำหรับพระสงฆ์
    - กระโถน เครื่องเบญจรงค์สวยงามอย่างดี จำนวน 5 ใบ
    - กล่องกระดาษทิชชู่ พร้อมทิชชู่ อย่างดี จำนวน 5 ชุด สำหรับพระสงฆ์
    - ปูพรมแดงยาวสำหรับในพิธีสงฆ์  (ลูกค้าแจ้งพื้นที่ของสถานที่จัดงาน)
    - หมอนกราบฟักทอง 2 ใบ
    - พานทอง พลาสติก จำนวน 9 อัน สำหรับวางสังฆทาน ถวายพระสงฆ์
 
2. แก้วน้ำเซรามิคสีทอง สำหรับพระสงฆ์ 9 รูป  หรือกี๋มุกแก้วน้ำพระ  จำนวน 9 ชุด
3. น้ำร้อน หรือน้ำเย็น สำหรับประเคนพระสงฆ์ เมื่อพระสงฆ์มาถึงสถานที่จัดงาน
4. เหยือกน้ำ อย่างดี สำหรับพระสงฆ์ 2 ใบจัดเตรียมดอกไม้สด 2 แจกัน
5. ธูป + เทียน+ เทียนทำน้ำมนต์ สำหรับหน้าโต๊ะหมู่บูชา
6. จัดเตรียมดอกไม้ ธูปเทียน จำนวน 9 ชุด สำหรับถวายพระสงฆ์กลับวัด
7. ชุดเครื่องไทยทานอย่างดี สำหรับถวายพระสงฆ์กลับวัด 9 ชุด
8. มัคนายก (คนนำสวด) 1 ท่าน
9. ทีมงานจัดอุปกรณ์ จัดของพิธีสงฆ์ และดูแลประสานงานในพิธีสงฆ์
10. เครื่องเสียงชุดเล็ก มิกซ์เซอร์ ไมค์โครโฟน ไมค์ลอย ขาตั้งไมค์ ลำโพง เพลงขิมเปิดก่อนเริ่มงานพิธี
11. สำรับโตก พร้อมภาชนะจัดอาหารพระพุทธ ข้าวสวย กับข้าว ขนมหวาน ผลไม้ น้ำ 1 ชุดเล็ก
12 สำรับอาหารเจ้าที่ชุดเล็ก ข้าวสวย กับข้าว ขนมหวาน ผลไม้ 1 ชุด
13. ชุดโตกหวาย ผ้าคลุมสีทอง ภาชนะเซรามิค อย่างดี จำนวน 9 ชุด
14. ภัตตาหารพระเพล ข้าวสวย กับข้าว ขนมหวาน ผลไม้ น้ำ จำนวน 9 ชุด
15. ทีมงานเจ้าหน้าที่จัดเก็บจัดเตรียมอุปกรณ์ภาชนะ และจัดภัตตาหารพระสงฆ์
16. อาหารบุฟเฟ่ต์ สำหรับแขกที่มาร่วมงาน (อาหารคาวให้เลือก 8 รายการ ข้าวสวย ขนมหวาน ผลไม้)
17. ทีมงานเจ้าหน้าที่จัดเตรียม จัดไลน์อาหารบุฟเฟ่ต์
18. บูทน้ำดื่ม น้ำแข็ง แก้วน้ำ สำหรับแขกที่มาร่วมงาน
19. ทีมงานเจ้าหน้าที่ จัดเตรียมบูทน้ำดื่ม
20. โต๊ะวางอาหาร โต๊ะวางน้ำดื่ม พร้อมผ้าคลุมเรียบร้อย
21. ซองเปล่า อย่างดี สำหรับเจ้าภาพใส่ปัจจัยถวายพระสงฆ์
 

เจ้าภาพจัดเตรียม

1. วันที่จัดงาน ฤกษ์งามยามดี  ( บริการรับดูฤกษ์งามยามดี ฟรี )

2. ติดต่อนิมนต์พระสงฆ์

3. จัดเตรียมสถานที่จัดงาน เต๊นท์ โต๊ะเก้าอี้ พัดลม ( บริการให้เช่า แพ็คเกจ F6 ร้านพิธีไทย )

4. รถรับส่ง พระสงฆ์ในวันงาน ( บริการราคา 1,500 - 2,500 บาท แต่ละพื้นที่แตกต่างกัน )

5. ซองปัจจัยถวายพระสงฆ์

6. อาหารว่าง เผื่อสำหรับแขกมาก่อนเริ่มงานพิธีสงฆ์ ( บริการราคาตั้งแต่ 4,000 บาท ขึ้นไป สำหรับแขก 30-50 ท่าน )

 
** แพ็คเกจ นี้เป็นราคาเลี้ยงพระเพล เลี้ยงแขกเที่ยง
** แพ็คเกจ ไม่รวม เต็นท์ โต๊ะ เก้าอี้ พัดลม เวทีพระ

** หากมีค่าใช้จ่ายอื่นๆ เพิ่มเติม หรือรายการอื่นๆ เพิ่มเติม ทางร้านแจ้งให้ทราบล่วงหน้านะคะ   
** ของอุปกรณ์ที่ใช้ในงานพิธีสงฆ์เป็นของจริง ใช้ในงานพิธีจริงของทางร้านพิธีไทย เครื่องเบญจรงค์ลายไทยแท้ เขียนลายมือ ราคาสูง     
 
 

 

                 
ราคาแพ็คเกจบุญหนุนนำ 
 
พิธีสงฆ์ครบชุดทั้งหมด ดอกไม้ เครื่องไทยธรรม
ออแกไนซ์ที่ปรึกษาจัดงานพิธีสงฆ์ ทีมงานผู้ช่วยจัดงานดูแลพิธีสงฆ์ พร้อมคนนำสวด
สำรับภัตตาหารพระเพล 9 ชุด
อาหารพระพุทธ อาหารเจ้าที่
อาหารบุฟเฟ่ต์สำหรับแขก
 
(อาหาร 8 รายการ + ข้าวสวย + ขนมหวานไทย + ขนมหวานน้ำ + น้ำเปล่า + น้ำสมุนไพร)

ชุดอุปกรณ์พิธีสงฆ์ + ภัตตาหารพระสงฆ์แบบโตก 9 ชุด +  อาหารบุฟเฟ่ต์สำหรับแขก 20 ท่าน  ราคา 34,900 บาท
ชุดอุปกรณ์พิธีสงฆ์ + ภัตตาหารพระสงฆ์แบบโตก 9 ชุด + อาหารบุฟเฟ่ต์สำหรับแขก 30 ท่าน  ราคา 37,900 บาท
ชุดอุปกรณ์พิธีสงฆ์ + ภัตตาหารพระสงฆ์แบบโตก 9 ชุด + อาหารบุฟเฟ่ต์สำหรับแขก 40 ท่าน  ราคา 41,900 บาท
ชุดอุปกรณ์พิธีสงฆ์ + ภัตตาหารพระสงฆ์แบบโตก 9 ชุด + อาหารบุฟเฟ่ต์สำหรับแขก 50 ท่าน  ราคา 43,900 บาท
ชุดอุปกรณ์พิธีสงฆ์ + ภัตตาหารพระสงฆ์แบบโตก 9 ชุด + อาหารบุฟเฟ่ต์สำหรับแขก 60 ท่าน  ราคา 47,900 บาท
ชุดอุปกรณ์พิธีสงฆ์ + ภัตตาหารพระสงฆ์แบบโตก 9 ชุด + อาหารบุฟเฟ่ต์สำหรับแขก 70 ท่าน  ราคา 51,900 บาท
ชุดอุปกรณ์พิธีสงฆ์ + ภัตตาหารพระสงฆ์แบบโตก 9 ชุด + อาหารบุฟเฟ่ต์สำหรับแขก 80 ท่าน  ราคา 54,900 บาท
ชุดอุปกรณ์พิธีสงฆ์ + ภัตตาหารพระสงฆ์แบบโตก 9 ชุด + อาหารบุฟเฟ่ต์สำหรับแขก 90 ท่าน  ราคา 58,900 บาท
ชุดอุปกรณ์พิธีสงฆ์ + ภัตตาหารพระสงฆ์แบบโตก 9 ชุด + อาหารบุฟเฟ่ต์สำหรับแขก 100 ท่าน  ราคา 62,900 บาท
 



สอบถามรายละเอียด
คุณกิจ โทร.097-2358885, 089-8749967

  

” ฮวงจุ้ย ” ศาสตร์แห่งการอยู่อาศัย

ฮวงจุ้ย เป็นศิลปะในการดำเนินชีวิตให้สอดคล้องกับภูมิประเทศ เพื่อประโยชน์ ความสงบ และความเจริญสูงสุด จากการปรับสภาพแวดล้อมให้เข้ากับบุคลิกและกาลอันเหมาะสม คุณผู้อ่านหลายท่านอาจคิดว่า ฮวงจุ้ยเป็นเรื่องงมงาย แต่ที่จริงแล้วบางครั้งฮวงจุ้ยก็สามารถหาเหตุผลทางสถาปัตยกรรมมารับรองได้
ทั้งนี้เพราะทั้งสองสิ่งต่างก็มีที่มาจากหลักวิชาและเนื้อหาจากธรรมชาติรอบตัว ดังหลักการที่ทีมงานบ้านและสวนยกนำมาเสนอเป็นตัวอย่าง
ฮวงจุ้ย กับการเลือกทำเลที่ตั้ง
             1. ตามหลักฮวงจุ้ยแล้วถือว่าบ้านที่อยู่ในซอยตันเป็นหลังสุดท้ายทั้งด้านซ้ายและขวาไม่ดี อธิบายได้ตามหลักสถาปัตยกรรมว่า บ้านหลังสุดท้ายของซอยนั้นเป็นจุดรวมฝุ่นละออง ใบไม้ และขยะทั่วไปที่ลมพัดพามา เป็นที่อยู่ของสุนัขหรือแมวจรจัด หากเกิดไฟไหม้ต้นซอยก็ไม่สามารถขนย้ายข้าวของออกทางท้ายซอยได้
             2. บ้านหรือตึกที่ตั้งอยู่ริมถนนที่โค้งเข้าหา จะสู้ถนนที่โค้งออกจากตัวบ้านหรือตึกนั้นๆไม่ได้ ทั้งนี้เพราะหากเกิดอุบัติเหตุ รถจะแหกโค้งพุ่งเข้าหาอาคารได้

             3. บ้านที่ตั้งอยู่ตรงทางสามแพร่งตำรางฮวงจุ้ยถือว่าไม่ดี เพราะพลังชั่วร้ายจะเข้าบ้าน จริงๆแล้วหากอธิบายด้วยเหตุผลคงเป็นเพราะปัจจุบัน ยวดยานจะวิ่งเข้าชนบ้าน หรือแสงไฟจากรถส่องเข้าบ้าน สร้างความรำคาญอยู่ไม่เป็นสุข

             4. บ้านหรืออาคารที่อยู่มุมสี่แยก หากอยู่ที่มุมแรกและเป็นมุมที่รถวิ่งผ่านขึ้นไป จะดีกว่ามุมที่สองเมื่อรถได้ผ่านมุมแรกมาแล้ว อย่างไรก็ตามถ้ามีอาคารอยู่ก่อนมุมแรก อาคารนี้จะมีทำเลดีกว่า ประเด็นนี้อธิบายได้ด้วยหลักของความใกล้ ความสะดวกต่อการเข้าถึงและยังขับรถเข้าอาคารได้ปลอดภัยกว่า เพราะก่อนถึงสี่แยกรถจะชะลอตัว แต่เมื่อพ้นสี่แยกมาแล้วรถจะเริ่มออกตัว การชะลอตัวเพื่อเข้าตึกในมุมที่สองนี้จะทำให้เกิดอุบัติเหตุได้ง่าย ซึ่งเหตุผลในตำราฮวงจุ้ยกล่าวว่าพลังชี่ (พลังที่สร้างความสมบูรณ์ให้กับสรรพสิ่ง ในวิชาฟิสิกส์ และเคมีน่าจะหมายถึงพลังลม พลังน้ำ และก๊าซออกซิเจนนั่นเอง)จะผ่านเข้าตึกได้ง่ายกว่า

             5. บ้านหรืออาคารที่อยู่เชิงสะพานอีกด้านหนึ่งที่รถวิ่งลง ตำราฮวงจุ้ยก็ถือว่าไม่ดีเช่นกัน อธิบายด้วยเหตุผลว่าหากจะมีอุบัติเหตุจะมีที่เชิงสะพานขาลงได้ง่ายกว่า และรถอาจเสียหลักวิ่งเข้าชนอาคารนั้น

             หากบ้านของคุณผู้อ่านไม่สอดคล้องกับหลักฮวงจุ้ยก็อย่าเพิ่งกังวลใจค่ะ เพราะยังมีสิ่งที่เรียกว่า “วัสดุเสริมมงคล” เป็นแนวทางแก้ไขเพื่อให้เกิดความสบายใจได้ ดังนี้
กระจกเงา เพื่อสะท้อนพลังร้ายออกไปหักเหพลังดีเข้าบ้าน

ผลึกทรงกลม ใช้หักเห แก้จุดอับ กระจายแสงและพลังซี่

กระดิ่ง ระฆังแก้ว ใช้ป้องกันภัย เน้นนำเงินทองเข้ามา
ตู้ปลา อ่างเลี้ยงปลา ลดความแห้งแล้ง เพิ่มความอุดมสมบูรณ์
กังหันลม น้ำพุ กระตุ้นการไหลเวียนของพลังชี่ให้มากขึ้น
ก้อนหิน รูปปั้น ใช้ถ่วงดุล สร้างความมั่นคงถาวรในเรื่องงานหรือคู่

ขลุ่ยไม้ไผ่ ให้ความปลอดภัย ความสงบสุข ขับไล่สิ่งชั่วร้าย

                อย่างไรก็ตามการใช้หลักฮวงจุ้ยมาใช้ในการสร้างบ้านนั้นควรพิจารณาถึงเหตุผลและความเหมาะสมด้วย ที่สำคัญดิฉันยังเชื่อในคำสอนที่ว่า “ทำดีได้ดี ทำชั่วได้ชั่ว” ค่ะ

เครดิตจากเว็บบ้านและสวนนะคะ

 

วันห้ามทำการมงคลต่างๆ ของไทย

วันมงคลหรือฤกษ์งามยามดี เป็นความเชื่อ เป็นวัฒนธรรมของไทยที่มีสืบทอดมาแต่โบราณตั้งแต่รุ่นปู่ย่าตายาย การวันมงคลหาฤกษ์ หายาม ต้องดูข้อห้ามวันห้ามต่างๆ ร่วมด้วย ซึ่งวันห้ามโบราณเรียบเรียงเป็นบทเพื่อง่ายในการจดจำ ซึ่งหลายท่านอาจจะได้ยินคุ้นหูมาบ้าง คือ 

"ขึ้นบ้านวันเสาร์ เผาผีวันศุกร์ โกนจุกวันอังคาร แต่งงานวันพุธ พุธห้ามตัด พฤหัสห้ามถอน สงฆ์ 14 นารี 11" 

ซึ่งแต่ละวันจะมีความหมายในแง่ความเชื่อและโหราศาสตร์พออธิบายได้ดังนี้

ขึ้นบ้านวันเสาร์

วันเสาร์ตามหลักโหราศาสตร์ แล้วถือกันว่าเป็นวันเหนื่อย วันแห่งโทษทุกข์ เพราะดาวเสาร์จัดเป็นดาวแห่งบาปเคราะห์ การขึ้นบ้านใหม่ ต้องการความร่มเย็น ความสุขและความมั่นคงถาวร ความเจริญ ดังนั้นคนโบราณจึงห้ามมิให้ประกอบพิธีเกี่ยวกับการปลูกสร้าง บ้านเรือน เช่น การยกเสาเอก วางศิลาฤกษ์ เปิดป้ายอาคาร เปิดร้าน เปิดบริษัท หรือแม้กระทั่งการย้ายเข้าสู่บ้านใหม่ในวันเสาร์

เผาผีวันศุกร์

ตามคติโบราณท่านห้ามทำการฌาปนกิจศพ หรือเผ่าศพกันในวันศุกร์ เพราะชื่อของวันศุกร์นั้น ไปคล้องจองกับคำว่า "สุข" ดังนั้นเมื่อเอาความสุขไปให้คนตาย เป็นการกระทำอันไม่เป็นมงคล ความทุกข์ทั้งหลายก็จะต้องตกมาถึงคนเป็นหรือผู้ที่ทำการดังกล่าว ส่วนอีกเหตุผลหนึ่งก็คือ ดาวศุกร์เป็นดาวรื่นเริง บันเทิงใจ ดาวสังคม และความรัก ซึ่งตรงกันข้ามกับความทุกข์ ความหม่นหมอง ดังนั้นคนโบราณจึงได้ห้ามการกระทำดังกล่าวเอาไว้และมีคำพูดที่ให้ท่องกันติดปากว่า "เผาผีวันศุกร์ ให้ทุกข์คนยัง"

โกนจุกวันอังคาร

วันอังคารนั้นถือว่าเป็นวันแรงวันหนึ่ง เพราะดาวอังคารคือดาวแห่งเทพเจ้าของสงคราม คนโบราณท่านว่าวันเจ้าแห่งสงครามนี้เหมาะแก่การออกรบหรืองานที่ต้องการความแข็งแกร่ง ความเด็ดขาดมากกว่า ไม่ควรใช้วันดังกล่าวเพื่อกระทำการที่เป็นมงคล หรือต้องการความร่มเย็น ความผาสุก และลาภผลต่างๆ เช่นการโกนจุก การขึ้นบ้านใหม่ มงคลสมรส เป็นต้น เพราะถ้าหากนำวันนี้ไปใช้แล้วก็อาจจะมีการทะเลาะวิวาทกัน หรือมีอุบัติเหตุเกิดขึ้นก็ได้ เพราะดาวอังคารยังจัดเป็นดาวแห่งอุบัติเหตุอีกด้วย 

แต่งงานวันพุธ

ในทางโหราศาสตร์ ดาวพุธเป็นดาวแห่งความแปรปรวน ไม่แน่นอน ดาวพุธมักมีการโคจรที่ผิดปรกติอยู่เสมอ เดี๋ยวดี เดี๋ยวร้าย เดี๋ยวเร็ว เดี๋ยวเดินช้า หรือกลับเดินถอยหลัง ด้วยสาเหตุดังกล่าวคนโบราณจึงถือว่าดาวพุธเป็นดาวที่หาความแน่นอนและความมั่งคงไม่ได้ จึงไม่ควรเป็นอย่างยิ่งที่จะใช้วันนี้เป็นวันประกอบพิธีมงคลสมรส เพราะอาจจะทำให้คู่บ่าวสาวมีจิตใจที่โลเล ไม่มั่นคงกับคู่ครองของตนเอง ซึ่งจะนำพาไปสู่การนอกใจและหย่าร้างกันในที่สุด

พุธห้ามตัด , พฤหัสห้ามถอน

วันพุธห้ามตัดผม และตัดไม้ เพราะวันพุธเป็นวันแห่งการเจริญเติบโตและวิวัฒนาการ ถือว่าถ้าตัดผมวันพุธจะทำให้ปัญญาทราม ส่วนวันพฤหัสนั้นเป็นวันครูเป็นวันที่นิยมเรียนวิชา ทำให้มีความเจริญก้าวหน้า รุ่งเรือง ดังนั้นไม่ควรถอน หรือโค่นทำลายสิ่งใดๆก็ตาม และในวันพฤหัสนี้ทางโบราณยังห้ามเรื่องการแต่งงานอีกด้วย เพราะวันนี้คือวันครู ดังนั้นไม่ควรกระทำการดังกล่าวในวันนี้เพราะถือว่าเป็นการไม่เคารพนับถือครูบาอาจารย์ 

สงฆ์ 14 , นารี 11

ความหมายคือ ท่านห้ามมิให้ทำการใดๆ ให้แก่พระสงฆ์ ในวันขึ้น ๑๔ ค่ำ และแรม ๑๔ ค่ำทั้งสิ้น เช่น การบวชนาค การอุปสมบท และการฉลองพระเป็นต้น เพราะถือกันว่าวันนั้นเป็นวันโกน พระสงฆ์ทุกรูปจะต้องปลงผมในวันนั้น ถือเป็นการตัดราศีของพระท่าน จึงไม่ควรให้ท่านทำการมงคลใดๆ ส่วนนารี 11 โบราณท่านห้ามมิให้ทำการใดๆ ก็ตามที่เกี่ยวข้องกับสตรีเพศในวันขึ้น ๑๑ ค่ำและวันแรม ๑๑ ค่ำ ไม่ว่าจะเป็นการเปิดสมาคมสตรี เปิดโรงเรียนสตรี หรือเปิดหอพักสตรีก็ตาม "เป็นความเชื่อโบราณ" 

     วามเชื่อต่างๆ เหล่านี้ เป็นเพียงความเชื่อโบราณซึ่งท่านถือเป็นคติสืบต่อกันมา จริงๆ แล้วความเชื่อเกี่ยวกับวันต้องห้ามของโบราณนั้นยังมีอยู่อีก แต่เป็นความเชื่อที่เรามักจะไม่เคย หรือเคยได้ยินมาบ้าง ไม่บ่อยเท่าวันต้องห้ามดังกล่าวเหล่านี้

     เราซึ่งอยู่ในยุคปัจจุบัน ยังคงไม่สามารถหาเหตุผลได้ถึงคติความเชื่อเหล่านี้ว่าทำไม คนโบราณถึงต้องกำหนดกะเกณฑ์วันทำการดังกล่าวว่าวันนี้ทำได้หรือไม่ได้ โดยใช้เหตุผลของท่าน อย่างไรก็ตามคนไทยกับความเชื่อในหลายๆ เรื่องก็ยังคงแยกกันไม่ขาดแม้แต่ในยุคปัจจุบันก็ตาม

ทำไมต้องห้ามเผาศพในวันศุกร์

       จากหนังสือ 108 ซองคำถาม / สำนักพิมพ์สารคดี , เสฐียรโกเศศเล่าไว้ในหนังสือ 'การตาย' ว่า การห้ามเผาศพในวันศุกร์นั้น เป็นสิ่งที่ฝรั่งเรียกว่า Sympathetic Magic คือ สิ่งใดมีลักษณะคล้ายคลึงกัน สิ่งนั้นก็เป็นผลเหมือนกัน วันศุกร์ชื่อก็บอกว่า สุข ถึงจะมีคำแปลต่างกัน แต่เสียงเหมือนกันก็ขึ้นชื่อว่า สุขอยู่นั่นเอง ถือกันว่าเป็นวันดี

      การเผาผีถือเป็นเรื่องไม่เป็นมงคล ถ้าเผาในวันศุกร์ ก็อาจจะถูกลากให้ความสุขได้รับอิทธิพลของความไม่เป็นมงคล ทำให้กลายเป็นทุกข์ไปได้ บางทีก็เชื่อกันว่า 'เผาผีวันศุกร์ ให้ทุกข์แก่ญาติ'

      แต่ก่อนถือกันว่า ห้ามเผาศพในวันคู่ข้างขึ้น วันคี่ข้างแรมเป็นอัปมงคล เรียกว่า ผีเผาคน ต้องเผาวันคี่ข้างขึ้น วันคู่ข้างแรม เรียกว่า คนเผาผี เพราะแรม ๑ ค่ำ เท่ากับวันที่ 16 ของเดือนจันทรคติ กลายเป็นวันคู่ไป ส่วนวันแรม ๒ ค่ำ เท่ากับวันที่ 17 ของเดือนจันทรคติกลายเป็นวันคี่ไป 

      เพราะฉะนั้นการเผาวันคู่ในข้างแรมจึงเท่ากับเป็นวันคี่เหมือนกัน ที่ให้เผาวันคี่ อธิบายในเชิงปริศนาธรรมได้ว่าความตายเป็นของเฉพาะตัว จะเอาไปให้คนอื่นตายแทนไม่ได้ วันเผาจึงต้องเป็นวันคี่

      นอกจากนี้ยังห้ามเผาศพในวันพฤหัสบดีและวันพระอีกด้วย เพราะวันพฤหัสบดีถือว่าเป็นวันครู ไม่ควรให้อัปมงคลเข้ามาเกลือกกลั้วในวันนั้น สำหรับการเผาศพในวันพระอาจทำให้สัตว์ที่อาศัยอยู่กับศพหรือที่หีบศพพลอยเสียชีวิตไปด้วย ถ้าใครตาย วันเสาร์ ห้ามเผาในวันอังคาร เพราะถือว่าเป็นวันกล้าในคติโหราศาสตร์ ถ้าเผาวันนั้นผีจะดุ 

     การห้ามเผาวันคู่ในข้างขึ้น เผาวันคี่ ในข้างแรม ในระยะ 7 วัน วันแรกเป็นแรม ๑ ค่ำ เป็นวันจันทร์ ก็จะเผาได้แต่วันอังคาร วันพฤหัสบดี วันศุกร์ และวันอาทิตย์ ถ้าวันศุกร์และวันพฤหัสบดีห้ามเผาด้วย ก็เหลือแต่วันอังคาร และวันเสาร์ ที่เผาผีได้ ถ้าเผอิญศพนั้นตายวันเสาร์ ก็ต้องตัดวันอังคาร ออกวันหนึ่ง เหลือแต่วันอาทิตย์เพียงวันเดียวใน 7 วัน

     แต่ในสมัยนี้ไม่ค่อยเคร่งครัดเหมือนแต่ก่อน เท่าที่ถือกันอยู่ คือห้ามเผาผีวันศุกร์ ในกรุงเทพฯ นั้น วัดดัง ๆ ส่วนมากเมรุไม่ค่อยว่าง ต้องจองคิวกันนาน จึงอนุโลมเผากันทุกวัน วันละหลาย ๆ รอบด้วยซ้ำ



ที่มา/อ้างอิง/ผู้เขียน : จักรกฤษณ์ - มายโหรา.คอม (www.myhora.com) 
หมายเหตุ : เนื้อหาข้างต้นเผยแพร่แก่สาธารณะเพื่อประโยชน์ทางการศึกษา/วิทยาทานเท่านั้น
บันทึก : วันเสาร์ที่ 24 ธันวาคม พ.ศ.2554

เหตุใดคนโบราณถึง 'ห้ามแต่งงาน ช่วงเข้าพรรษา'

เหตุใดคนโบราณถึง 'ห้ามแต่งงาน ช่วงเข้าพรรษา'

        คนไทยโบราณมีประเพณีแต่งงานเป็นเอกลักษณ์แบบไทย ๆ อาจมีความหลากหลายความเชื่อและพิธีกรรมบ้าง เพราะบางชาติพันธุ์ที่อาศัยอยู่ในประเทศไทยมีความเชื่อไม่เหมือนกันแต่ เชื่อหรือไม่ว่าสมัยโบราณจะไม่มีพิธีแต่งงานระหว่างเทศกาลเข้าพรรษาเพราะอะไร  

     วันเข้าพรรษา ในสมัยพุทธกาลพระพุทธเจ้าจะกำหนดไว้ให้ภิกษุจะต้องจำพรรษาอยู่ที่วัด ห้ามไปค้างคืนที่อื่นโดยไม่มีเหตุอันควร จนครบสามเดือน เพราะสมัยก่อนการเดินทางสัญจรลำบาก การที่เจ้าภาพจะนิมนต์พระสงฆ์จากวัดมาร่วมพิธีบางครั้งต้องเดินทางนาน บางครั้งต้องฝ่าสายฝน เดินย่ำต้นกล้าชาวบ้าน ที่ปลูกไว้ในนา บางทีมีการพักค้างแรมนอกวัด การที่หนุ่มสาวชาวบ้านจะร่วมหอกัน เป็นสามีภรรยาจะต้องผ่านพิธีแต่งงาน แล้วพิธีกรรมคนโบราณเคร่งครัดมาก โดยเฉพาะการรดน้ำสังข์ จะต้องมีพระภิกษุจำนวนรูปเป็นเลขคู่ร่วมพิธีเสมอ เพราะความเชื่อคนโบราณเชื่อว่าเป็นมงคลแก่หนุ่มสาวและอยู่เป็นคู่ไป ฉะนั้นคนโบราณจะมีความเชื่อว่าไม่ควรมีการแต่งงานระหว่างเทศกาลเข้าพรรษา เพราะจะไปสร้างความลำบากในหมู่พระสงฆ์ที่จำใจรับกิจนิมนต์ บางรูปอาจผิดวินัยสงฆ์เพราะระยะทางไกลต้องค้างแรม ไปเหยียบกล้าชาวนา 

     การแต่งงานสมัยก่อนคนโบราณเคร่งครัดเรื่องฤกษ์ยาม วันเวลา เดือนปี โดยญาติฝ่ายเจ้าบ่าวและเจ้าสาวจะนำวันเวลาตกฟากทั้งสอง มาร่วมให้โหรคำนวณหาฤกษ์ยามวันมงคล ที่จะทำการสมรส เพราะคนโบราณเชื่อว่า ตัวเลขจะมีอิทธิพลในการดึงดูดสิ่งที่ดีมาสู่คู่บ่าวสาว


ข้อมูลจาก horoscope.thaiza.com
Tags: ห้ามแต่งงานช่วงเข้าพรรษา แต่งงาน ความเชื่อ วันเข้าพรรษา ดูดวง

การเตรียมการในการทำบุญ

การเตรียมการในการทำบุญ

        1. การจัดสถานที่ทำบุญ

            1.1  โต๊ะหมู่บูชา
                    - โต๊ะไว้ด้านขวาอาสน์สงฆ์ สูงกว่าอาสน์สงฆ์พอสมควร หันหน้าไปทางด้านทิศตะวันออก ทิศเหนือ
                      หรือทิศใต้ก็ได้ ไม่นิยมตั้งหันหน้าไปทางทิศตะวันตก (ดูความเหมาะสมของสถานที่ประกอบด้วย)
                    - โต๊ะหมู่บูชา ประกอบด้วยสิ่งสำคัญอย่างน้อยคือ.-
                       พระพุทธรูป 1 องค์
                       แจกัน 1 คู่ พร้อมดอกไม้ประดับ
                       กระถางธูป 1 ใบ พร้อมธูปหอม 3 ดอก
                       เชิงเทียน 1 คู่ พร้อมเทียน 2 เล่ม 


            1.2  อาสนะสงฆ์
                    - จัดตั้งไว้ด้านซ้ายโต๊ะหมู่บูชา แยกเป็นเอกเทศต่างหาก จากที่นั่งฆราวาส ประกอบด้วยเครื่องรับรอง คือ.-
                        พรมเล็กเท่าจำนวนพระสงฆ์
                        กระโถนเท่าจำนวนพระสงฆ์
                        ภาชนะน้ำเย็นเท่าจำนวนพระสงฆ์
                        ภาชนะน้ำร้อนเท่าจำนวนพระสงฆ์
                    - เครื่องรับรองดังกล่าว ตั้งไว้ด้านขวามือของพระสงฆ์ โดยตั้งกระโถนไว้ด้านในสุด
                      ถัดออกมาเป็นภาชนะน้ำเย็น ส่วนภาชนะน้ำร้อนจัดถวายเมื่อพระสงฆ์เข้านั่งแล้ว
                    - ถ้าเครื่องรับรองไม่เพียงพอ จัดไว้สำหรับพระผู้เป็นประธานสงฆ์ 1 ที่ นอกนั้น 2 รูป ต่อ 1ที่ ก็ได้ (ยกเว้นแก้วน้ำ) 


            1.3 ที่นั่งเจ้าภาพและผู้จัดงาน
                    - จัดไว้ข้างหน้าของอาสนะสงฆ์ โดยแยกเป็นส่วนหนึ่งต่างหากจากอาสนะสงฆ์
                    - ถ้าเนื่องเป็นอันเดียวกับอาสนะสงฆ์ ให้ปูเสื่อหรือพรมบนอาสน์สงฆ์ ทับผืนที่เป็นที่นั่งสำหรับฆราวาส
                  โดยปูทับออกมาตามลำดับ แล้วปูพรมเล็กสำหรับพระสงฆ์แต่ละรูปอีก เพื่อให้สูงกว่าที่นั่งเจ้าภาพ


             1.4 ภาชนะน้ำมนต์
                    - จัดทำเฉพาะพิธีทำบุญงานมงคลทุกชนิด โดยตั้งไว้ข้างโต๊ะหมู่บูชา ด้านขวาของประธานสงฆ์
                    - พิธีทำบุญงานอวมงคลที่เกี่ยวเนื่องกับศพ เช่น ทำบุญ 7 วัน  50 วัน  100 วัน เป็นต้น ไม่ต้องจัดภาชนะน้ำมนต์


            1.5 เทียนน้ำมนต์
                    - ใช้เทียนขี้ผึ้งแท้ น้ำหนัก 1 บาท ขึ้นไป โดยใช้ชนิดไส้ใหญ่ เพื่อป้องกันมิให้ดับง่าย

        2. การนิมนต์พระสงฆ์


            2.1 พิธีทำบุญงานมงคล   อย่างน้อยไม่ต่ำกว่า 5 รูป ข้างมากไม่มีกำหนด (พิธีหลวงนิยม 10 รูป)
            2.2 งานมงคลสมรส   เมื่อก่อนนิยมนิมนต์จำนวนคู่ คือ 6 - 8 - 10 - 12 รูป
              เพื่อให้ฝ่ายเจ้าบ่าวและเจ้าสาวนิมนต์ฝ่ายละเท่า ๆ กัน
            2.3 ปัจจุบัน  งานมงคลทุกประเภท รวมทั้งงานมงคลสมรสนิมนต์ 9 รูป
              (เลข 9 ออกเสียงใกล้เคียงคำว่า "ก้าว" กำลังพระเกตุ 9 พระพุทธคุณ 9 และโลกุตธรรม 9)
            2.4 งานทำบุญอายุ   นิยมนิมนต์พระสงฆ์เกินกว่าอายุเจ้าภาพ 1 รูป
            2.5 งานอวมงคลเกี่ยวเนื่องกับพิธีศพ   นิยมนิมนต์ดังนี้:-
                    - สวดพระอภิธรรม 4 รูป
                    - สวดหน้าไฟ 4 รูป
                    - สวดพระพุทธมนต์ 5-7-10  รูป ตามกำลังศรัทธา
                    - สวดแจง 20-25-50-100-500 รูป หรือทั้งวัด
                    - สวดมาติกา  สวดบังสุกุล นิยมนิมนต์เท่าอายุผู้ตาย หรือตามศรัทธาก็ได้
            2.6 วิธีการนิมนต์
                    - พิธีที่เป็นทางราชการ นิยมนิมนต์เป็นลายลักษณ์อักษร
                    - พิธีทำบุญส่วนตัว   นิยมไปนิมนต์ด้วยวาจาด้วยตนเอง
            2.7 ข้อควรระวัง
                อย่านิมนต์ออกชื่ออาหาร เช่น นิมนต์ไปฉันขนมจีน เป็นต้น เพราะพระผิดวินัยบัญญัติ
                นิมนต์แต่เพียงว่า "นิมนต์รับบิณฑบาต รับภิกษา" หรือ " นิมนต์ฉันช้า ฉันเพล" เป็นต้น

        3. การใช้ด้ายสายสิญจน์


            3.1 นิยมใช้ทั้งงานพิธี และพิธีอวมงคล
            3.2 งานพิธีอวมงคลเกี่ยวกับศพ   ไม่ใช้ด้ายสายสิญจน์รอบอาคารบ้านเรือน
               ใช้เป็นสายโยงจากศพมาถึงอาสน์สงฆ์ สำหรับพระสงฆ์พิจารณาบังสุกุล
            3.3 งานพิธีมงคล   นิยมวงรอบอาคารบ้านเรือนเฉพาะพิธีขึ้นบ้านใหม่ ทำบุญบ้านประจำปี
               และทำบุญปัดความเสนียดจัญไรดังนี้:-
                    - อาคารบ้านเรือนที่มีรั้วหรือกำแพง วงรอบรั้วหรือกำแพงโดยรอบ
                    - อาคารบ้านเรือนที่ไม่มีรั้วหรือกำแพงล้อม หรือมีแต่บริเวณกว้างขวางเกินไป ให้วงเฉพาะรอบตัวอาคารบ้านเรือน
            3.4 การวงด้ายสายสิญจน์
                    - เริ่มวงด้ายสายสิญจน์ตั้งแต่โต๊ะหมู่บูชา แต่ยังไม่ต้องวงรอบพระพุทธรูป เมื่อรอบอาคารบ้านเรือน
                   หรือรอบบริเวณงาน แล้วจึงนำมาวงรอบฐานพระพุทธรูปภายหลัง โดยวงเวียนขวา 1 รอบหรือ 3 รอบ
                    - วงด้ายสายสิญจน์เวียนขวาไปตามลำดับ และยกขึ้นให้อยู่สูงที่สุด เพื่อป้องกันคนข้ามกราย หรือทำขาด
                    - ด้ายสายสิญจน์ที่วงแล้วไว้ตลอดไป ไม่ต้องเก็บ
                    - พิธีทำบุญงานมงคลอื่น ๆ วงเฉพาะบริเวณห้องพิธี หรือเฉพาะรอบฐานพระพุทธรูปที่โต๊ะหมู่บูชา
                   แล้วโยงมาวงรอบภาชนะน้ำมนต์ วางกลุ่มด้ายสายสิญจน์ใส่พานไว้ด้านซ้ายโต๊ะหมู่บูชา
            3.5 การใช้ด้ายสายสิญจน์ทอดบังสุกุล
                    - โยงจากศพ จากโกศอัฐิ จากรูปของผู้ตาย หรือจากรายนามของผู้ตายอย่างใดอย่างหนึ่ง มาทอดให้พระสงฆ์พิจารณาบังสุกุล
                    - ในพิธีทำบุญงานมงคล   หากเชิญโกศอัฐิของบรรพบุรุษมาร่วมบำเพ็ญกุศลด้วย เมื่อจะนิมนต์พระสงฆ์พิจารณาบังสุกุล
                   ให้ใช้ด้ายสายสิญจน์อีกกลุ่มหนึ่งต่างหากจากกลุ่มที่พระสงฆ์ถือเจริญพระพุทธมนต์ หรือจะเด็ดด้ายสายสิญจน์
                   จากกลุ่มเดียวกันนั้น ให้ขาดออกจากพระพุทธรูป แล้วเชื่อมโยงกับโกศอัฐิก็ได้
            3.6 การทำมงคลแฝด
                    - นำด้ายดิบที่ยังไม่ได้ทำเป็นด้ายสายสิญจน์ไปขอให้พระเถระที่เคารพนับถือทำพิธีปลุกเสก และทำเป็นมงคลแฝดสำหรับคู่บ่าวสาว
                  ก่อนถึงวันงานประมาณ 7 วัน หรือ 3 วัน เป็นอย่างน้อย

       4. เทียนชนวน


            4.1 อุปกรณ์
                    - ใช้เชิงเทียนทองเหลืองขนาดกลาง 1 ข้าง
                    - เทียนขี้ผึ้งไส้ใหญ่ ๆ ขนาดพอสมควร 1 เล่ม
                    - น้ำมันชนวน (ขี้ผึ้งแท้แช่น้ำมันเบนซิน หรือเคี่ยวขี้ผึ้งให้เหลวยกลงจากเตาไฟแล้ว ผสมน้ำมันเบนซิน)
            4.2 การถือเชิงเทียนชนวนสำหรับพิธีกร
                    - ถือด้วยมือขวา โดยหงายฝ่ามือ ใช้นิ้วมือสี่นิ้ว (เว้นนิ้วหัวแม่มือ) รองรับฐานเชิงเทียน ใช้หัวแม่มือกดฐานเชิงเทียนเข้าไว้
                    - ไม่นิยมจับกึ่งกลางเชิงเทียนเพราะจะทำให้ผู้ใหญ่รับไม่สะดวก
            4.3 การส่งเทียนชนวนให้ผู้ใหญ่สำหรับพิธีกร
                    - ถึงเวลาประกอบพิธี จุดเทียนชนวน ถือด้วยมือขวา เดินเข้าไปหาประธานในพิธี (เข้าทางซ้ายมือประธาน) ยืนตรงโค้งคำนับ
                    - เดินตามหลังประธานในพิธีไปยังที่บูชา โดยเดินไปทางด้านซ้ายมือประธานในพิธี
                    - ถ้าประธานในพิธีหยุดยืนหน้าที่บูชา พิธีกรน้อมตัวลงเล็กน้อยส่งเทียนชนวน (ถ้าประธานในพิธีคุกเข่าพิธีกรก็นั่งคุกเข่า)
                  ตามแล้วส่งเทียนชนวนด้วยมือขวา มือซ้ายห้อยอยู่ข้างตัว
                    - ส่งเทียนชนวนแล้วถอยหลังออกมาห่างจากประธานในพิธีพอสมควร พร้อมกับคอยสังเกต ถ้าเทียนชนวนดับ พึงรับเข้าไปจุดทันที
                    - เมื่อประธานในพิธีจุดเทียนธูปเสร็จแล้ว เข้าไปรับเทียนชนวน โดยวิธียื่นมือขวาแบมือเข้าไปรองรับ ถอยหลังห่างออกไปเล็กน้อย
                  โค้งคำนับแล้วจึงกลับหลังหันเดินออกมา
            4.4 การจุดเทียนธูปสำหรับประธานในพิธี
                    - เมื่อพิธีกรถือเทียนชนวนเข้าไปเชิญประธานในพิธี ประธานในพิธี ลุกขึ้นจากที่นั่ง เดินไปที่หน้าโต๊ะหมู่บูชา
                  ถ้าโต๊ะหมู่บูชาตั้งอยู่สูง พึงยืนถ้าตั้งอยู่ไม่สูงนัก พอนั่งคุกเข่าจุดถึง พึงนั่งคุกเข่าลงแล้วรับเชิงเทียนชนวนจากพิธีกร
                    - จุดเทียนเล่มขวาของพระพุทธรูปก่อน แล้วจึงจุดเล่มซ้ายต่อไป แล้วจึงจุดธูป
                    - ถ้าธูปมิได้จุ่มน้ำมันชนวน พึงถอนธูปออกมาจุดกับเทียนชนวน ส่งเทียนชนวนให้พิธีกรแล้ว ปักธูปไว้ตามเดิม โดยปักเรียงหนึ่ง
                  เป็นแถวเดียวกัน หรือปักเป็นสามเส้าก็ได้
                    - จุดเทียนธูปเสร็จแล้ว นั่งคุกเข่าประนมมือ กล่าวคำบูชาพระรัตนตรัย โดยว่า นโม... 3 จบ แล้วว่า
                    อิมินา..........(เพียงแต่นึกในใจ)   แล้วกราบด้วยเบญจางคประดิษฐ์ ขณะกราบพึงระลึกถึงพระรัตนตรัยด้วยคือ
                      กราบครั้งที่ 1 บริกรรมว่า อรหํ สฺมาสฺมพุทฺโธ  ภควา  พุทฺธํ   ภควนฺตํ  อภิวาเทมิ
                              ครั้งที่ 2 บริกรรมว่า   สฺวากฺขาโต  ภควตา  ธมฺโม   ธมฺมํ  นมสฺสามิ
                          ครั้งที่ 3 บริกรรมว่า สุปฏิปนฺโน  ภควโต   สาวกสงฺโฆ  สงฺฆํ  นมามิ   เสร็จแล้วกลับเข้าไปนั่งประจำที่

        5. การอาราธนาสำหรับพิธีกร


                    - เมื่อเจ้าภาพ หรือประธานในพิธี จุดเทียนธูปบูชาพระรัตนตรัยเสร็จแล้ว พิธีกรเริ่มกล่าวคำอาราธนาศีล
                    - ถ้าอาสน์สงฆ์อยู่ระดับพื้น ผู้ร่วมพิธีทั้งหมดนั่งกับพื้น พิธีกรพึงนั่งคุกเข่าประนมมือ กราบ 3 ครั้ง
                   แล้วจึงกล่าวคำอาราธนา ถ้าอาสน์สงฆ์ยกขึ้นสูงจากพื้น แต่ผู้ร่วมพิธีทั้งหมดนั่งอยู่กับพื้น ก็นั่งคุกเข่าอาราธนาเช่นกัน
                    - ถ้าอาสน์สงฆ์ยกสูง ผู้ร่วมพิธีทั้งหมดนั่งเก้าอี้ พิธีกรพึงยืนทางท้ายอาสน์สงฆ์ ข้างหน้าพระสงฆ์รูปที่ 3
                    จากท้ายแถว หรือที่อันเหมาะสม ทำความเคารพประธานในพิธี แล้วหันหน้าไปทางประธานสงฆ์
                    ประนมมือกล่าวคำอาราธนาศีล โดยหยุดทอดเสียงเป็นจังหวะ ๆ ดังนี้ ;-
                                   " มะยัง ภันเต วิสุง วิสุง รักขะณัตถายะ ติสะระเณนะ สะหะ,
                                     ปัญจะ สีลานิ ยาจามะ,
                                     ทุติยัมปิ ... ยาจามะ,
                                     ตะติยัมปิ ... ยาจามะ "
                    - เมื่อรับศีลเสร็จแล้ว พึงอาราธนาพระปริตรต่อไป จบแล้วถ้านั่งคุกเข่า ก็กราบ 3 ครั้ง ถ้ายืน ก็ยกมือไหว้
                   เสร็จแล้วทำความเคารพประธานในพิธีอีกครั้งหนึ่ง

        6. การจุดเทียนน้ำมนต์


                    - ประธานในพิธี หรือเจ้าภาพ จะต้องรอคอยจุดเทียนน้ำมนต์อีกครั้งหนึ่ง
                    - เมื่อพระเจริญพระพุทธมนต์ถึงมงคลสูตร พิธีกรพึงจุดเทียนชนวนเข้าไปเชิญประธานในพิธี
                     หรือเจ้าภาพไปจุดเทียนน้ำมนต์ ยกภาชนะน้ำมนต์ถวายประธานสงฆ์ ยกมือไหว้ แล้วกลับไปนั่งที่เดิม

        7. การถวายข้าวบูชาพระพุทธ


                    - เมื่อพระสงฆ์เจริญพระพุทธมนต์ถึงบทถวายพรพระ พิธีกรยกสำรับคาวหวานไปตั้งที่หน้าโต๊ะหมู่บูชา
                  โดยตั้งบนโต๊ะที่มีผ้าขาวปูรอง หรือที่พื้นแต่มีผ้าขาวปูรอง
                    - เชิญประธานในพิธี หรือเจ้าภาพทำพิธีบูชา (พิธีกรไม่ควรจัดทำเสียเอง)
                    - ประธานในพิธี หรือเจ้าภาพ นั่งคุกเข่า (พิธีราษฎร์จุดธูป 3 ดอก ปักที่กระถางธูป) ประนมมือกล่าวคำบูชาพระพุทธจบแล้วกราบ 3 ครั้ง
                    - กรณียกสำรับคาวหวานสำหรับพระพุทธ และสำรับคาว หรือทั้งคาวและหวาน สำรับพระสงฆ์ เข้าไปพร้อมกัน
                   (หลังจบบทถวายพรพระ) ประธานในพิธี หรือเจ้าภาพ นั่งคุกเข่ากล่าวคำบูชาข้าวพระพุทธจบแล้ว
                      จึงยกสำรับคาวหรือทั้งคาวและหวาน ถวายพระสงฆ์เฉพาะรูป ประธานในพิธี นอกนั้นจะมอบให้ผู้ร่วมพิธีเข้าร่วมถวาย
                 ก็ชื่อว่าเป็นความสมบูรณ์แห่งพิธีการที่เหมาะสม (กรณีนี้น่าจะเหมาะสมกว่า)

        8. การลาข้าวพระพุทธ


                    - เมื่อพระสงฆ์ฉันภัตตาหารเสร็จแล้ว เจ้าภาพหรือพิธีกร เข้าไปนั่งคุกเข่าประนมมือ
                   กล่าวคำลาข้าวพระพุทธจบแล้วกราบ 3 ครั้ง แล้วยกสำรับไปได้

        9. การจัดภัตตาหารถวายพระสงฆ์


                    - เวลาเช้า จัดอาหารประเภทอาหารเบา เช่น ข้าวต้ม โจ๊ก กาแฟ ขนมปัง เป็นต้น
                    - เวลาเพล จัดอาหารประเภทอาหารหนัก โดยมากจัดเป็นอาหารไทย และควรเป็นอาหารพื้นเมืองเป็นหลัก
                  อาจมีอาหารพิเศษแทรกบ้างก็ได้

        10. การประเคนของพระ


                    - ถ้าเป็นชาย ยกส่งให้ถึงมือพระภิกษุผู้รับประเคน ถ้าเป็นหญิงวางถวายบนผ้าที่พระทอดรับประเคน
                    และรอให้ท่านจับที่ผ้าทอดนั้นก่อน จึงวางสิ่งของลงบนผ้านั้น
                    - ถ้าพระสงฆ์นั่งกับพื้น พึงนั่งคุกเข่าประเคน ถ้าพระสงฆ์นั่งเก้าอี้ พึงยืนประเคน
                    - ยกภัตตาหารที่จะพึงฉัน พร้อมภาชนะอาหารถวายเท่านั้น สิ่งของเครื่องใช้ต่าง ๆ ไม่ต้องยกประเคน
                  เพียงแต่วางมอบให้เท่านั้นก็พอ
                    - ภัตตาหารทุกชนิดที่ประเคนแล้ว ห้ามคฤหัสถ์จับต้องอีก ถ้าเผลอไปจับต้องเข้า ต้องประเคนใหม่
                    - ประเคนครบทุกอย่างแล้ว ถ้านั่งคุกเข่าประเคนกราบ 3 ครั้ง ถ้ายืนประเคนก็น้อมตัวลงยกมือไหว้
                    - ลักษณะการประเคนที่ถูกต้อง ประกอบด้วยองค์ 5 คือ :-
                        1. สิ่งของที่จะประเคน ไม่ใหญ่โต หรือหนักเกินไปขนาดปานกลางคนเดียวยกไหว
                       และยกสิ่งของนั้น ให้ขึ้นจากพื้นที่สิ่งของนั้นตั้งอยู่
                        2. ผู้ประเคนอยู่ห่างจากพระภิกษุผู้รับประเคนประมาณ 1 ศอก (อย่างมากไม่เกิน 2 ศอก)
                        3. ผู้ประเคนน้อมสิ่งของนั้นเข้าไปให้ด้วยกิริยาอาการแสดงความเคารพอ่อนน้อม
                        4. กิริยาอาการที่น้อมสิ่งของเข้าไปให้นั้น จะส่งให้ด้วยมือก็ได้ ด้วยของเนื่องด้วยกาย เช่น ใช้ทัพพีตักถวายก็ได้
                        5. พระภิกษุผู้รับประเคนนั้น จะรับด้วยมือก็ได้ ด้วยของเนื่องด้วยกาย เช่น จะใช้ผ้าทอดรับ ใช้บาตรรับ หรือใช้ภาชนะรับก็ได้

        11. การจัดเครื่องไทยธรรมถวายพระสงฆ์


            11.1 เครื่องไทยธรรม คือ วัตถุสิ่งของต่าง ๆ ที่สมควรถวายแก่พระสงฆ์ ได้แก่ ปัจจัย 4
            11.2 สิ่งของที่ประเคนพระสงฆ์ได้ในเวลาเช้าชั่วเที่ยง ได้แก่ ประเภทอาหารคาวหวานทุกชนิด ทั้งอาหารสด
                  อาหารแห้ง และอาหาร เครื่องกระป๋องทุกประเภท
                      หากนำสิ่งของเหล่านี้ไปถวายในเวลาหลังเที่ยงวันแล้ว เพียงแต่แจ้งให้ภิกษุรับทราบ แล้วมอบสิ่งของเหล่านั้น
                    แก่ศิษย์ของท่าน ให้เก็บรักษาไว้ทำถวายในวันต่อไปก็พอ
            11.3 สิ่งของที่ประเคนพระสงฆ์ได้ตลอดเวลา ได้แก่ ประเภทเครื่องดื่ม เครื่องยาบำบัดความเจ็บไข้ และประเภทเภสัช
                   เช่น น้ำตาล น้ำผึ้ง น้ำอ้อย หมากพลู หรือประเภทสิ่งของที่ไม่ใช่ของสำหรับขบฉัน
            11.4 สิ่งของที่ไม่สมควรประเคนพระสงฆ์ ได้แก่ เงินและวัตถุสำหรับใช้แทนเงิน เช่น ธนบัตร เป็นต้น
                      (ในการถวาย ควรใช้ใบปวารณาแทนตัวเงิน ส่วนตัวเงินมอบไว้กับไวยาวัจกรของพระภิกษุนั้น)

        12. การปฏิบัติในการกรวดน้ำ


                    - กระทำในงานทำบุญทุกชนิด เพื่ออุทิศส่วนกุศลให้แก่ผู้ล่วงลับไปแล้ว
                    - ใช้น้ำที่ใสสะอาดบริสุทธิ์ ไม่มีสิ่งอื่นใดเจือปน
                    - ใช้ภาชนะสำหรับกรวดน้ำโดยเฉพาะ ถ้าไม่มี ก็ใช้แก้วน้ำหรือขันน้ำแทน โดยจัดเตรียมไว้ถึงเวลาใช้
                    - กรวดน้ำหลังจากถวายเครื่องไทยธรรมแล้ว
                    - เมื่อประธานสงฆ์เริ่มอนุโมทนา (ยถา...) ก็เริ่มหลั่งน้ำอุทิศส่วนกุศล
                    - ถ้านั่งอยู่กับพื้น พึงนั่งพับเพียบจับภาชนะสำหรับกรวดน้ำด้วยมือทั้งสอง รินน้ำให้ไหลลงเป็นสาย
                    - ถ้าภาชนะสำหรับกรวดน้ำปากกว้าง เช่น ขันหรือแก้ว ควรใช้นิ้วมือขวารองรับสายน้ำให้ไหลลงไปตามนิ้วชี้นั้น
                    ถ้าภาชนะปากแคบ ไม่ต้องใช้นิ้วมือรองรับสายน้ำ
                    - ควรรินน้ำให้ไหลลงเป็นสาย โดยไม่ขาดตอนเป็นระยะ ๆ พร้อมกันนั้น ควรตั้งจิตอุทิศกุศลแก่ท่านผู้ล่วงลับไปแล้ว
                    - เมื่ออุทิศเป็นส่วนรวมแล้ว ควรอุทิศระบุเฉพาะเจาะจง ชื่อ นามสกุล ของผู้ล่วงลับไปแล้วอย่างชัดเจนอีกครั้งหนึ่ง
                    - เมื่อพระสงฆ์รูปที่ 2 รับและขึ้นอนุโมทนาว่า สัพพีติโย ... พึงเทน้ำให้หมดภาชนะ แล้วประนมมือรับพรต่อไป
                    - ขณะที่พระสงฆ์กำลังอนุโมทนา ไม่พึงลุกไปทำธุรกิจอื่น ๆ (หากไม่จำเป็นจริง ๆ)
                    - พระสงฆ์อนุโมทนาจบแล้ว พึงกราบหรือไหว้ตามสมควรแก่สถานที่นั้น ๆ
                    - น้ำที่กรวดแล้วพึงนำไปเทลงที่พื้นดิน โดยเทลงที่กลางแจ้ง ภายนอกตัวอาคารบ้านเรือน ห้ามเทลงไปในกระโถน หรือในที่สกปรกเป็นอันขาด



ร้านพิธีไทย ขอขอบพระคุณ ข้อมูลดีๆ จาก rta.mi.th นะคะ..


ปรึกษาการจัดงาน และติดต่อจองคิวจัดงาน กับร้านพิธีไทยได้เลยนะคะ.. 097-2358885

วิธีบูชาพญาครุฑให้เกิดผล พร้อมคาถาบูชาพญาครุฑ

วิธีบูชาองค์พญาครุฑอย่างถูกต้อง

           เมื่อได้รับองค์พญาครุฑแบบบูชามาใหม่ๆ ให้อัญเชิญเข้าอาคารบ้านเรือนภายในเที่ยงวัน และจุดธูปบอกกล่าวพระประธานในบ้านกับเจ้าที่เจ้าทางด้วย (จุดธูป 3 ดอกบอกกล่าวพระประธาน จุดธูป 5ดอกสำหรับบอกกล่าวเจ้าที่เจ้าทาง) เพื่อเป็นการขออนุญาตนำองค์พญาครุฑมาประทับ ณ สถานที่แห่งนั้น

           ส่วนการจัดตั้งองค์พญาครุฑ สามารถวางรวมกับหิ้งพระได้ โดยวางไว้ชั้นล่างสุด แต่ถ้าหากเดิมมีการบูชาพญานาคอยู่แล้ว ก็ให้วางไว้คนละฝั่งของหิ้งพระ หรือจะแยกหิ้งไปเลยก็ได้ (แต่ถ้าเดิมบูชาพระพิฆเนศอยู่ สามารถวางบูชาร่วมกันได้นะคะ ไม่มีปัญหาอะไร)
     
           แล้วให้จัดเครื่องบวงสรวงรับด้วยพวงมาลัย 1 พวง ผลไม้ 1หรือ 3 อย่าง ถั่วหรืองา 1 ถ้วย น้ำเปล่า 1แก้ว จุดธูป 9 ดอกและเทียน 1 คู่ (งดถวายของคาว  บุหรี่ เหล้า)
              จากนั้นก็ให้ทำการสวดอัญเชิญสรรเสริญองค์พญาครุฑด้วยบทนี้

ตั้งนะโม 3 จบ

คะรุปิจะ  กิติมันตัง  มะ อะ อุ  โอมพญาครุฑ  รุจ รุจ แล้วรวย  นะ ได้เงิน  นะ ได้ทอง  นะ เจริญ  นะ มั่นคง  นะ ได้ทรัพย์  นะ เมตตา  อิติปิโสภะคะวา  พระพุทธเจ้าสั่งมา  พญาครุฑล้างอาถรรพ์  อิติคงเนื้อ  อิติคงหนัง  พญาครุฑยันติ  อภิปูยาจามิ  พญาครุฑจะผุด  มนุษย์จะเกิด  พุทธังแคล้วคลาด  ธัมมังแคล้วคลาด  สังฆังแคล้วคลาด  องค์พระพุทธเจ้าย่างบาท  นะปัจจะโยโหนตุ

(บทอัญเชิญพญาครุฑ ตำรับวัดโพธิทอง สุขสวัสดิ์ 26)


               หลังจากนั้นจะจัดของถวายท่านตามความเหมาะสม จะเพียงผลไม้ 1 อย่าง หรือ 1 ลูก ก็ได้ หรือจะเป็นขนมนมเนยแบบเดียวกับที่บูชาพระพิฆเนศก็ได้ ไม่มีปัญหา แต่ขอให้เปลี่ยนน้ำถวายท่านทุกๆ วัน
ในด้านการปฏิบัติตนก็ให้รักษาศีล 5 ทำบุญถวายสังฆทานอย่างน้อยเดือนละครั้ง  ให้รักชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ และให้กตัญญูต่อผู้ที่มีพระคุณทุกๆ ท่าน(องค์พญาครุฑเป็นเทพที่มีความกตัญญูสูงมาก)

               ต่อไปเป็น "รวมบทสวดคาถาบูชาองค์พญาครุฑ" 
(จะสวดทั้งหมดหรือจะเลือกสวดบทใดบทหนึ่งก็ได้) โดยต้องเริ่มจากการกล่าวนะโมฯ 3 จบ

- อะหัง ครุฑธาเรนะ      (3 จบ หรือ 9 จบ)

- คะรุฑาเทวาราช ราชาเวหา อิทธิฤทธา อิทธิเดชา นะ มะ อะ อุ    (สวด 3-5-7-9 จบ)
   
- อุ กะ กา นัง          (3จบ)

บทนี้คือพระคาถาหัวใจพญาครุฑของหลวงพ่อมหาโพธิ์ วัดคลองมอญ อ.วัดสิงห์ จ.ชัยนาท

- จะ อะ ภะ คะ กะ ยะ พะ ตัง วะโมทุ ทันตานัง พญาจิตรสุบรรณ คะรุทานัง นะระปูชิโต โสระโร ปัจจะจายะ
ทิมหิ มหาลาภัง ภะวันตุเมฯ

(พระคาถาบูชาพญาครุฑจิตรสุบรรณ พระอาจารย์โต ฐิตวิริโย วัดพระบาทปางแฟน เชียงใหม่)

- โอมเอยพญาครุฑเวหาหน วิหคลมจงพัดพา สิทธิกิจจัง สิทธิกัมมัง สิทธิลาภัง ภะวันตุเม

- โอม วิษณุยะ เทวะตา อิทธิโย อัญชะลียายะคุณังพิธีปูชิตตะวา อาคัจฉายะ อาคัจฉาหิ ปักการา ปักการะกาเรติ สัมผัสโส สัมผัสสะ กายะยานัง เทวะ มะนุสสานัง อัญชะลียายะ นมัสศิกา ปูชิตตะวา อิสสะวาสุ

(บทสวดของหลวงพ่อผาด)

- โอม มะมุต มหามุต ข้าพญาครุฑจะเดินหน ฝูงนาคาจงถอยไปให้พ้น ข้าจะเสกด้วยนะโมพุทธายะ นะชาลีติ ปู่ก้าวเสด็จก๋า สิทธัตถะฯ

- พญาครุฑเจ้าเอ๋ย อยู่แล้วหรือยัง ข้าอยู่แล้วไง ขอให้ช่วยได้งาน การเงินการทองทุกอย่าง ขอมากๆ หน่อย จะได้เลี้ยงคอหอย ด้วยนะโมพุทธายะ นะชาลีติฯ

- อะหังครุฑโธ อาคะโต อัสสะมิ นาคะราเช อัปเปหิ อุทธังนาโค เหฏโฐ ครุฑพุทธัง ธัมมัง สังฆัง สรณังอิติ

- โอม วิรุณปักสา กะรันกะตา พิธีปูชา อาคัทฉายะ อาคัทฉาหิ เอหิมามา นะโม พุทธายะ

คะรุปิจะ กิติมันตัง มะอะอุ โอมพญาครุฑ รุจ รุจ แล้วรวย นะ ได้เงิน นะ ได้ทอง นะ ได้ทรัพย์ นะ เมตตา นะ ล้างอาถรรพ์ นะ เจริญ นะ มั่นคง อธิฐามิ
(บทหลัก)

- โอม นะโมวิโลโค วิลูคะรี นะตีอูรู นะมัตเตร ฮีเรคารัมมาตู

- กาละพานะ ปิปปะสะอุ อุตมังลาหิ นะโมพุทธายะ นะมะพะทะ จะพะกะสะ

- นะคะ ครุฑธา ประรายันติ นะมหาอำนาจ นะระงับดับโทโส โมละลาย พุทธทำลายจิต ธาให้ลุ่มหลง ยะให้กูรักสวาหะ นะโมพุทธายะ

- โอม...ตัตปุรุษชายะ วิทมะเห สุวรรณะภูชายะ ธีมะฮีห์ ตันโณ การุดัฟ ประโจทะยาต
(บทสวดของอินเดีย)

- โอมพญาครุฑจะเห็นผลหลีกไปให้พ้น พญาหนจะเดินทาง เคาะงอ เคาะงอ

-โอม คะรุทา โอม คะรุทา  โอม คะรุทา

 ย้ำๆๆ ว่า จะสวดบทใดบทหนึ่ง หรือจะสวดทั้งหมดก็ได้นะ

เครดิตข้อมูล จาก ecepost.com

แพ็คเกจงานพิธีสงฆ์ทำบุญครบวงจร

แพ็คเกจบุญนำพา เสริมสร้างชีวิต
อุปกรณ์พิธีสงฆ์ + อาหารพระโตก + อาหารบุฟเฟ่ต์แขก 15-20 ท่านขึ้นไป

จัดงานพิธีบุญพิธีสงฆ์ พร้อมจัดภัตตาหารพระสงฆ์ แบบโตก จัดอาหารบุฟเฟ่ต์สำหรับแขกที่มาร่วมงาน
 
 1. จัดอุปกรณ์พิธีสงฆ์ครบชุด (พระเพล 9 รูป)
 2. ดอกไม้ธูปเทียนถวายพระสงฆ์กลับวัด 9 ชุด
 3. เครื่องไทยธรรมถวายพระสงฆ์กลับวัด 9 ชุด
 4. มัคนายก 1 ท่าน  (คนนำสวด) 
 5. ทีมงานออแกไนซ์ดูแลพิธีสงฆ์ จัดเก็บจัดเตรียมอุปกรณ์พิธีสงฆ์                                                                                                                           
 6. สำรับโตก พร้อมภาชนะจัดอาหารพระพุทธ ข้าวสวย กับข้าว ขนมหวาน ผลไม้ น้ำ 1 ชุดเล็ก  
 7. สำรับอาหารเจ้าที่ชุดเล็ก ข้าวสวย กับข้าว ขนมหวาน ผลไม้ 1 ชุด
 8. ชุดโตกหวาย ผ้าคลุมสีทอง ภาชนะเซรามิค อย่างดี จำนวน 9 ชุด
 9. ภัตตาหารพระเพล ข้าวสวย กับข้าว ขนมหวาน ผลไม้ น้ำ จำนวน 9 ชุด
10. ทีมงานเจ้าหน้าที่จัดเก็บจัดเตรียมอุปกรณ์ภาชนะ และจัดภัตตาหารพระสงฆ์
11. อาหารบุฟเฟ่ต์ สำหรับแขกที่มาร่วมงาน
12. ทีมงานเจ้าหน้าที่จัดเตรียม จัดไลน์อาหารบุฟเฟ่ต์
13. บูทน้ำดื่ม น้ำแข็ง แก้วน้ำ สำหรับแขกที่มาร่วมงาน
14. ทีมงานเจ้าหน้าที่ จัดเตรียมบูทน้ำดื่ม
15. โต๊ะวางอาหาร โต๊ะวางน้ำดื่ม พร้อมผ้าคลุมเรียบร้อย
 

รายละเอียดดังนี้
1. จัดอุปกรณ์สำหรับพิธีสงฆ์ครบชุด
       - อาสนะสีครีมทองเรียบร้อยสวยงาม จำนวน 9 อัน
- เบาะรองนั่ง จำนวน 9 อัน
- ตาลปัตร จำนวน 9 อัน
- โต๊ะหมู่บูชา ครบชุด  หมู่ 7
- พระพุทธรูป หรือของลูกค้า    
- ดอกไม้สด 2 พาน หรือ ดอกบัวดินปั้น 2 แจกัน
- แจกันสำหรับใส่ดอกไม้โต๊ะหมู่ 2 อัน เครื่องเบญจรงค์
- กระถางธูป + จานรอง 1 ชุด เครื่องเบญจรงค์
- เชิงเทียน วางโต๊ะหมู่บูชา 2 อัน เครื่องเบญจรงค์
- โถน้ำมนต์  1 ใบ  เครื่องเบญจรงค์
- ที่หนีบเทียนทำน้ำมนต์ ทองเหลือง 1 อัน
- ด้ามเทียนฉนวนทองเหลือง 1 อัน
- ที่พรมน้ำมนต์ 1 อัน

- ที่กรวดน้ำ เครื่องเบญจรงค์ จำนวน 2-3 ชุด
- พานเซรามิก 2 ใบ สำหรับวางสายสิญจน์
- พานเซรามิก 1 ใบ วางตลับแป้งเจิม และแผ่นทองคำเปลว
- ตลับแป้งเจิม 1 อัน  พร้อมแป้งเจิม
- ตลับแผ่นทองคำเปลว 1 อัน พร้อมแผ่นทองคำเปลว
- ผ้าสีทอง  จำนวน 12 ผืน สำหรับวางรอง เครื่องใช้สำหรับพระสงฆ์
- กระโถน เครื่องเบญจรงค์สวยงามอย่างดี จำนวน 5 ใบ
- กล่องกระดาษทิชชู่ พร้อมทิชชู่ อย่างดี จำนวน 5 ชุด สำหรับพระสงฆ์
- ปูพรมแดงยาวสำหรับในพิธีสงฆ์  (ลูกค้าแจ้งพื้นที่ของสถานที่จัดงาน)
- หมอนกราบฟักทอง 2 ใบ
- พานทอง พลาสติก จำนวน 9 อัน สำหรับวางสังฆทาน ถวายพระสงฆ์
2. แก้วน้ำเซรามิคสีทอง สำหรับพระสงฆ์ 9 รูป  หรือกี๋มุกแก้วน้ำพระ  จำนวน 9 ชุด
3. น้ำร้อน หรือน้ำเย็น สำหรับประเคนพระสงฆ์ เมื่อพระสงฆ์มาถึงสถานที่จัดงาน
4. เหยือกน้ำ อย่างดี สำหรับพระสงฆ์ 2 ใบ2. จัดเตรียมดอกไม้สด 2 แจกัน
5. ธูป + เทียน+ เทียนทำน้ำมนต์ สำหรับหน้าโต๊ะหมู่บูชา
6. จัดเตรียมดอกไม้ ธูปเทียน จำนวน 9 ชุด สำหรับถวายพระสงฆ์กลับวัด
7. ชุดเครื่องไทยธรรมอย่างดี สำหรับถวายพระสงฆ์กลับวัด 9 ชุด
8. มัคนายก (คนนำสวด) 1 ท่าน
9. ทีมงานจัดอุปกรณ์ จัดของพิธีสงฆ์ และดูแลประสานงานในพิธีสงฆ์
10. เครื่องเสียงชุดเล็ก มิกซ์เซอร์ ไมค์โครโฟน ไมค์ลอย ขาตั้งไมค์ ลำโพง เพลงขิมเปิดก่อนเริ่มงานพิธี
11. สำรับโตก พร้อมภาชนะจัดอาหารพระพุทธ ข้าวสวย กับข้าว ขนมหวาน ผลไม้ น้ำ 1 ชุดเล็ก
12. สำรับอาหารเจ้าที่ชุดเล็ก ข้าวสวย กับข้าว ขนมหวาน ผลไม้ 1 ชุด
13. ชุดโตกหวาย ผ้าคลุมสีทอง ภาชนะเซรามิค อย่างดี จำนวน 9 ชุด (แพ็คเกจ F2 ราคา 3,500 บาท)
14. ภัตตาหารพระเพล ข้าวสวย กับข้าว ขนมหวาน ผลไม้ น้ำ จำนวน 9 ชุด
15. ทีมงานเจ้าหน้าที่จัดเก็บจัดเตรียมอุปกรณ์ภาชนะ และจัดภัตตาหารพระสงฆ์
16. อาหารบุฟเฟ่ต์ สำหรับแขกที่มาร่วมงาน (กับข้าว 6 รายการ ข้าวสวย ขนมหวาน ผลไม้)
17. ทีมงานเจ้าหน้าที่จัดเตรียม จัดไลน์อาหารบุฟเฟ่ต์
18. บูทน้ำดื่ม น้ำแข็ง แก้วน้ำ สำหรับแขกที่มาร่วมงาน (น้ำดื่มสมุนไพร 1 รายการ)
     (แพ็คเกจ แขก 50 ท่าน ขึ้นไป น้ำดื่มสมุนไพร 2 รายการ)
19. ทีมงานเจ้าหน้าที่ จัดเตรียมบูทน้ำดื่ม
20. โต๊ะวางอาหาร โต๊ะวางน้ำดื่ม พร้อมผ้าคลุมโต๊ะจับจีบเรียบร้อย
21. ซองเปล่า อย่างดี สำหรับเจ้าภาพใส่ปัจจัยถวายพระสงฆ์
เจ้าภาพจัดเตรียม

1. วันที่จัดงาน ฤกษ์งามยามดี  ( บริการรับดูฤกษ์งามยามดี ฟรี )
2. ติดต่อนิมนต์พระสงฆ์
3. จัดเตรียมสถานที่จัดงาน เต๊นท์ โต๊ะเก้าอี้ พัดลม ( บริการให้เช่า แพ็คเกจ F6 ร้านพิธีไทย )
4. รถรับส่ง พระสงฆ์ในวันงาน ( บริการราคา 1,500 - 2,500 บาท แต่ละพื้นที่แตกต่างกัน )
5. ปัจจัยถวายพระสงฆ์
6. อาหารว่าง เผื่อสำหรับแขกมาก่อนเริ่มงานพิธีสงฆ์ ( บริการราคาตั้งแต่ 4,000 บาท ขึ้นไป สำหรับแขก 30-50 ท่าน )
** ราคาเลี้ยงพระเพล จัดแบบโตกหวาย 9 ชุด และเลี้ยงแขกเที่ยง
** แพ็คเกจ ไม่รวมเต็นท์ โต๊ะเก้าอี้ พัดลม เวทีพระ
** หากมีค่าใช้จ่ายอื่นๆ เพิ่มเติม หรือรายการอื่นๆ เพิ่มเติม ทางร้านแจ้งให้ทราบล่วงหน้านะคะ
** อุปกรณ์เครื่องใช้ในพิธีสงฆ์ ภาพประกอบเป็นของที่ใช้ในร้านจริง เครื่องเบญจรงค์ลายไทยแท้ เขียนมือ ราคาสูง
 ราคาแพ็คเกจบุญนำพา
อุปกรณ์พิธีสงฆ์ครบชุดทั้งหมด
ดอกไม้ถวายพระ   เครื่องไทยธรรม
คนนำสวด ทีมงานออแกไนซ์ดูแลพิธีสงฆ์
อาหารพระพุทธ 1 ชุด อาหารเจ้าที่ 1 ชุดเล็ก
ภัตตาหารพระสงฆ์แบบโตกหวาย 9 ชุด
อาหารบุฟเฟ่ต์สำหรับแขกที่มาร่วมงาน
ทีมงานบริกรดูแลอาหารและน้ำดื่ม
อุปกรณ์ไลน์บุฟเฟ่ต์ครบเรียบร้อย
อุปกรณ์พิธีสงฆ์ + ภัตตาหารโตกพระสงฆ์ 9 ชุด + อาหารบุฟเฟ่ต์สำหรับแขก 20 ท่าน ราคา 31,900 บาท
อุปกรณ์พิธีสงฆ์ + ภัตตาหารโตกพระสงฆ์ 9 ชุด + อาหารบุฟเฟ่ต์สำหรับแขก 30 ท่าน ราคา 33,900 บาท
อุปกรณ์พิธีสงฆ์ + ภัตตาหารโตกพระสงฆ์ 9 ชุด + อาหารบุฟเฟ่ต์สำหรับแขก 40 ท่าน ราคา 36,900 บาท
อุปกรณ์พิธีสงฆ์ + ภัตตาหารโตกพระสงฆ์ 9 ชุด + อาหารบุฟเฟ่ต์สำหรับแขก 50 ท่าน ราคา 39,900 บาท
อุปกรณ์พิธีสงฆ์ + ภัตตาหารโตกพระสงฆ์ 9 ชุด + อาหารบุฟเฟ่ต์สำหรับแขก 60 ท่าน ราคา 42,900 บาท
อุปกรณ์พิธีสงฆ์ + ภัตตาหารโตกพระสงฆ์ 9 ชุด + อาหารบุฟเฟ่ต์สำหรับแขก 70 ท่าน ราคา 45,900 บาท
อุปกรณ์พิธีสงฆ์ + ภัตตาหารโตกพระสงฆ์ 9 ชุด + อาหารบุฟเฟ่ต์สำหรับแขก 80 ท่าน ราคา 48,900 บาท
อุปกรณ์พิธีสงฆ์ + ภัตตาหารโตกพระสงฆ์ 9 ชุด + อาหารบุฟเฟ่ต์สำหรับแขก 90 ท่าน ราคา 51,900 บาท
อุปกรณ์พิธีสงฆ์ + ภัตตาหารโตกพระสงฆ์ 9 ชุด + อาหารบุฟเฟ่ต์สำหรับแขก 100 ท่าน ราคา 54,900 บาท
* หากต้องการอาหารจำนวนแขกมากกว่า 100 ท่านขึ้นไป สอบถามราคาอีกครั้งนะคะ                                                                                                                                                                                                             
 


สอบถามรายละเอียด
คุณกิจ โทร. 097-2358885, 089-8749967

ทำนายนิสัยตามเวลาเกิด

เกิดเวลาใด เป็นคนนิสัยแบบไหนมาดูกันคะ..

เวลา 05.00-06.59 น.

เป็นคนที่มีมารยาท ทำอะไรระมัดระวัง ค่อนข้างละเอียดถี่ถ้วน ทำงานอะไรแล้วไม่ยอมให้ตกหล่นง่ายๆ เป็นคนใจกว้าง ชอบช่วยเหลือผู้อื่น อารมณ์เสียง่าย แต่ไม่นานก็กลับมายิ้มอย่างเดิมแล้ว ค่อนข้างเก็บตัว ไม่ชอบวุ่นวายกับใคร แต่ไม่ใช่คนแอนตี้สังคม เพีงแต่ไม่ชอบอะไรที่วุ่นวายเท่านั้นเอง 

เวลา 07.00-08.59 น. 

เป็นคนที่มีบุคคลิกของความเป็นผู้นำ ทำให้ผู้อื่นเชื่อถือได้ง่าย เป็นคนไม่กลัวใคร ชอบทำอะไร เสี่ยงๆ ชอบความท้าทาย เป็นคนที่มีความมั่นใจในตัวเองสูง เป็นคนที่มีความคิดสร้างสรรค์ มีความ สามารถในการทำงานต่างๆ ให้สำเร็จลุล่วงด้วยดี 

เวลา 09.00-10.59 น. 

เป็นคนที่ค่อนข้างเนี้ยบ ชอบความสะอาดสะอ้าน รสนิยมดี เป็นคนที่สุภาพอ่อนโยน มีมารยาท เข้ากับคนได้ง่าย จัดว่าเป็นคนมีเสน่ห์ทีเดียว เป็นคนที่ค่อนข้างทะเยอทะยาน มีเป้าหมายในชีวิต 


เวลา 11.00-12.59 น. 

เป็นคนร่าเริง มีอารมณ์ขัน อยู่ที่ไหนก็ได้เฮที่นั่น เป็นคนรักอิสระ ไม่ชอบให้ใครมาบังคับไม่ชอบอยู่กับที่ ชอบเดินทาง ชอบการผจญภัย การได้พบเห็นอะไรใหม่ๆ ทำให้มีความสุข เป็นคนมีชีวิตชีวา กระตือรือร้น ไม่จู้จี้ จุกจิก 

เวลา 13.00-14.59 น. 

เป็นคนที่รักสงบ ไม่ชอบอะไรที่สับสนวุ่นวาย ทำอะไรค่อนข้างระมัดระวังจนบางทีทำให้ชีวิตหมดสนุก เป็นคนที่ซื่อสัตย์ จิตใจดี เป็นคนที่อ่อนน้อม สุภาพ ไม่ชอบทะเลาะกับใคร มีความประนีประนอมสูง ถ้ารักใครขึ้นมาละก็รักจริง ทุ่มเททุกอย่างเพื่อความรัก 

เวลา 15.00-16.59 น. 

เป็นคนที่ทำอะไรตามใจตัวเองอยู่เสมอ ไม่สนใจว่าใครจะคิดอย่างไร มักจะทำก่อนที่จะคิด จึงต้องมีเรื่องปวดหัวอยู่เรื่อย เป็นคนที่ฉลาดไหวพริบดี เอาตัวรอดเก่ง กล้าพูด กล้าทำ มีจิตใจที่กล้าแกร่ง เป็นคนที่ดูแล้วค่อนข้างคล่องไปสักนิด แต่เป็นคนที่จิตใจดีทีเดียว ไม่กะล่อนอย่างที่เห็นภาพนอก 

เวลา 17.00-18.59 น. 

เป็นคนที่ไว้ตัว มีความคิดที่ค่อนข้างก้าวร้าว เชื่อมั่นในตัวเองสูง ชอบทำอะไรตามระเบียบ ค่อนข้าง จู้จี้ ขี้บ่น ทำอะไรละเอียดถี่ถ้วน ไม่ชอบทำอะไรออกนอกลู่ นอกทาง ทำงานอย่างจริงจัง มีมาตรฐานในการทำงานที่สูงมาก ไม่ชอบทำอะไรชุ่ยๆ 

เวลา 19.00- 20.59 น. 

เป็นคนขยันขันแข็ง สู้งานหนักไม่ท้อถอย ทำอะไรตรงไปตรงมา กล้าพูด กล้าทำ เป็นคน กระตือรือร้นในทุกๆ เรื่อง ไม่ชอบฝันกลางวัน ชอบทำความฝันให้เป็นจริงมากกว่า ชอบช่วยเหลือผู้อื่น ใจกว้าง เป็นคนที่น่าคบ มีความจริงใจให้กับทุกคน 

เวลา 21.00-22.59 น

เป็นคนไม่ช่างพูด แต่โรแมนติก ชอบทำอะไรให้ประหลาดใจ ใจดี พูดจาสุภาพ มีเสน่ห์ ไม่ชอบทำอะไรเร่งร้อน จัดว่าเป็นคนเฉื่อย มีความนุ่มนวลอ่อนโยน 

เวลา 23.00-00.59 น. 

เป็นคนมีชีวิตชีวา ไม่อยู่นิ่ง ชอบท่องเที่ยวในที่แปลกใหม่ ชอบทำอะไรเสี่ยงๆ ไม่ชอบอยู่ในกรอบ เป็นคนจิตใจดี ชอบช่วยเหลือคนอื่น เป็นคนรักอิสระมาก ไม่ยอมผูกพันกับใครง่ายๆ 

เวลา 01.00-02.59 น. 

เป็นคนใจเย็น แต่ถ้าโกรธจะรุนแรง ทำอะไรเชื่องช้า ทำไปเรื่อยๆ แต่เป็นคนที่ร่าเริงเข้ากับคนง่าย 

เวลา 03.00-04.59 น. 

เป็นคนชอบทำอะไรท้าทาย เชื่อมั่นในตัวเองสูง ไม่ยอมแพ้ใคร เป็นคนใจกว้าง มองโลกในแง่ดี กล้าพูดในสิ่งที่ตัวเองเชื่อ ค่อนข้างดื้อ แต่รักใครรักจริง แต่เป็นคนตกหลุมรักได้ง่าย 



ที่มา/อ้างอิง/ผู้เขียน : Forward Mail 
หมายเหตุ : เนื้อหาข้างต้นสร้างขึ้นโดยบุคคลทั่วไปจากแหล่ง URL เผยแพร่แก่สาธารณะเพื่อประโยชน์ทางการศึกษาเท่านั้น
บันทึก : วันพุธที่ 9 กันยายน พ.ศ.2552